<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title><![CDATA[นายต้นกล้วย  ]]></title> 
<link>http://bananasource.com/index.php</link> 
<description><![CDATA[นายต้นกล้วย  ]]></description> 
<language>en-US</language> 
<copyright><![CDATA[นายต้นกล้วย  ]]></copyright>
<item>
<link>http://bananasource.com/post/30/</link>
<title><![CDATA[อินเทลเผยเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2554]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 04:13:14 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/30/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 500px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="500" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019287901.JPEG" border="0" alt="" width="500" height="375" /></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ๆ ในปี 2554 จะสร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับยุคที่อุปกรณ์ต่างๆ สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ (Pervasive computing) ในฐานะผู้ใช้ เราจะมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้เลือกใช้หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการมากที่สุด โดยอินเทลมองว่า เทรนด์เทคโนโลยีของปี 2554 ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบการทำงานที่ฉลาด ทรงประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ได้แก<br /><br /><br /></strong></p><p><br /><br /><span style="font-size: medium;"><strong>1. สมาร์ททีวี - ใกล้จะเป็นจริงเข้าไปทุกที<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อินเทลคาดว่า ผู้ผลิตโทรทัศน์และอุปกรณ์เซ็ตท้อปบ็อกซ์ ที่เป็นตัวแปลงสัญญาณระบบดิจิตอล จะเริ่มแข่งขันในตลาดสมาร์ททีวีอย่างพร้อมเพรียงกัน และภายในสิ้นปี 2554 บริษัทเหล่านี้จะสามารถประเมินทิศทางการยอมรับของผู้บริโภคสำหรับตลาดสมาร์ททีวีได้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>2. สาวกแท็บเล็ต เข้าสู่ยุค &ldquo;ไฮบริด&rdquo;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แท็บเล็ตพีซีรูปแบบต่างๆ ตลอดจนระบบปฏิบัติการ จะมีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย โดยคาดว่าจะมีอุปกรณ์รูปแบบใหม่ๆ ที่ผสมผสานกันระหว่างเน็ตบุ๊กชั้นเยี่ยมเข้ากับแท็บเล็ตชั้นยอด อย่างเช่น Intel-based Dell prototype ที่มีการเปิดตัวในงาน อินเทล ดิเวลล็อปเปอร์ ฟอรัม หรือ new 11-inch Macbook Air เป็นต้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>3. ยอดขายโน้ตบุ๊กพุ่งแรง<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยอดขายโน้ตบุ๊กจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะมีคุณสมบัติด้านไฮเดฟิชันและกราฟิกใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคเลือกอย่างมากมาย รวมถึงระบบการแสดงผลไร้สาย ที่ทำให้สามารถส่งเนื้อหารายการต่างๆ ไปยังเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อรับชมผ่านจอทีวี นอกจากนี้รอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีขององค์กร และเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ยังจะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้โน้ตบุ๊กมียอดขายที่แข็งแกร่งต่อไป<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>4. พีซีและอุปกรณ์อัจฉริยะ จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้มากขึ้นด้วย Context Aware หรือ Perceptual Computing&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บริโภคจะหันมาตกหลุมรักกับการมาถึงเป็นครั้งแรกของ context aware หรือ perceptual computers ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ทั้ง &lsquo;ฮาร์ด เซ็นเซอร์&rsquo; และ &lsquo;ซอฟต์ เซ็นเซอร์&rsquo; ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์พกพาที่เรียกว่า Personal Vacation Assistant ซึ่งใช้เทคโนโลยี context-aware computing เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากการเดินทางท่องเที่ยว อุปกรณ์พกพาดังกล่าวจะมีกล้องซึ่งประกอบด้วย &ldquo;ฮาร์ดเซ็นเซอร์&rdquo; ที่สามารถจดจำวัตถุและข้อมูลจากระบบจีพีเอส รวมทั้งข้อมูลจาก &lsquo;ซอฟต์เซ็นเซอร์&rsquo; ที่นักท่องเที่ยวป้อนเข้าเครื่อง เช่น ปฏิทิน หรืออาหารที่ชอบ เพื่อจะได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ฯลฯ ได้ในทันที<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>5. กฎของมัวร์ ยังคงเป็นจริงต่อไป<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ จะเดินหน้าท้าทายผู้ที่ยังคิดว่า กฎของมัวร์ สิ้นสุดลงแล้ว เพราะว่า ในปีต่อๆ ไป อุปกรณ์ใหม่นับพันล้านชิ้นจะมีสมรรถนะด้านการคำนวณและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสูง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงตามไปด้วยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลจากคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ที่ฝังอยู่ในตัวชิปคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันยังช่วยลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ได้อย่างมหาศาล และทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>6. ความปลอดภัยของข้อมูลที่สูงขึ้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากความต้องการด้านไอทีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น มีโมเดลการใช้งานใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงคลาวด์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกมากมายที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นความปลอดภัยของข้อมูลจะยังคงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ ตลอดปี 2554 อุตสาหกรรมไอทีจะยังคงเน้นความสำคัญของสมรรถนะสำหรับการปกป้องความปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานของตัวอุปกรณ์ และการรักษาความลับทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัวและที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ แนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ อินเทล&trade; คอร์&trade; วีโปร โปรเซสเซอร์ (Intel Core vPro) การซื้อกิจการของแมคอาฟีย์ (McAfee) และอีกหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชิปอินเทลมีบทบาทสำคัญ<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>7. ผู้บริโภคจะเชื่อใจแบรนด์ที่ไว้ใจได้ภายใต้สภาวะความไม่แน่นอน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไตร่ตรองมากขึ้นสำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะคิดแล้วคิดอีกก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่เล็งอยู่ และมีแนวโน้มที่จะหันกลับไปใช้สินค้าแบรนด์ที่ตนเองคุ้นเคย เพราะทราบถึงประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือของสินค้าแบรนด์ดังกล่าวที่ตนซื้อไปก่อนหน้านี้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>8. ปรากฎการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคในแวดวงไอที (Consumerization)<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปี 2554 จะเป็นปีที่เราเห็นการทับซ้อนกันระหว่างอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและอุปกรณ์สำหรับองค์กร เห็นได้จากปี 2553 ที่มีการนำไอโฟนและโทรศัพท์แอนดรอยด์มาใช้ในองค์กร ทั้งนี้ พนักงานจะมีความต้องการอุปกรณ์ส่วนตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะที่ฝ่ายนายจ้างก็ต้องการที่จะขยายขอบเขตของการทำงานไปสู่อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และเนื่องจากปีที่ผ่านมายอดขายของสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 54 ทำให้สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้พนักงานทำงานได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อถึงกันได้ตลอดเวลา &nbsp;นอกจากนี้ อิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็มีส่วนช่วยผลักดันให้สมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกประเทศของแถบเอเชียอีกด้วย ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เวอร์ช่วลไลเซชั่น เทคโนโลยีป้องกันการโจรกรรม ระบบการจัดการจากระยะไกล และการรักษาความปลอดภัย จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>9. ป้ายโฆษณาอัจฉริยะ<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป้ายโฆษณาดิจิตอลแบบอินเตอร์แอคทีฟอย่างที่เห็นในภาพยนตร์ &ldquo;Minority Report&rdquo; จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะความโดดเด่นในด้านการโต้ตอบด้วยรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการจดจำใบหน้าและบุคลิกท่าทางต่างๆ ของคน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>10. การปฏิวัติของผู้บริโภคในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เพียงแค่พูดถึงเรื่องการจัดการด้านการใช้พลังงาน ไปสู่การปฏิบัติจริง โดยจะมีอุปกรณ์และบริการต่างๆ ที่ช่วยบริหารจัดการด้านพลังงานภายในบ้าน นำเสนอในตลาดสำหรับผู้บริโภค<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>11. เทคโนโลยียานยนต์<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการที่เทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทส่วนกลางของรถยนต์ในปัจจุบัน ทำให้เทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับรถยนต์จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติพิเศษด้านความบันเทิง การควบคุมสมาร์ทโฟนแบบแฮนด์ฟรีด้วยคำสั่งเสียง เทคโนโลยีความปลอดภัย หรือฟังก์ชั่นการขับขี่อัตโนมัติโดยรถยนต์ เป็นต้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-size: medium;"><strong>12. แนวโน้มที่สดใสของคลาวด์และเวอร์ชวลไลเซชัน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลาวด์สำหรับองค์กรจะเริ่มประสบความสำเร็จ เพราะมีการนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่ใช้คลาวด์สำหรับธุรกิจมากขึ้น รวมถึงเครือข่ายสังคม จากการที่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ส่วนมากมุ่งหน้าสู่การทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นสำหรับการใช้งานด้านไอทีของตนในปี 2553 ทำให้ในปีหน้านี้ เราจะยังเห็นองค์กรนำนำโซลูชันที่ใช้กับคลาวด์มาใช้ภายในองค์กร นอกจากนี้ การเรนเดอร์ข้อมูลที่ใช้คลาวด์จะสามารถทำได้ภายในระบบ และสามารถส่งข้อมูลไปทั่วระบบเครือข่ายบรอดแบนด์ เพื่อส่งต่อไปยังอุปกรณ์ที่มีพลังการประมวลผลกราฟิกระดับปานกลางได้</p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/29/</link>
<title><![CDATA[ชมภาพเทศกาล “คริสต์มาส” สุดหรรษาจากทั่วโลก]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Sun, 26 Dec 2010 04:54:56 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/29/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 600px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="600" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247904.JPEG" border="0" alt="" width="600" height="400" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">ซานตาคลอสโพสท่าถ่ายรูปกับเด็กๆและ "เดอะ กรินช์" ในมลรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐฯ</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><strong>เอเจนซีส์ - ทั่วโลกต่างเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างสุดหฤหรรษ์ รวมถึงเหล่า &ldquo;ซานตาคลอส&rdquo; ที่ทำกิจกรรมอย่างหลากหลายในนานาประเทศ</strong><br /><br /><br /></td></tr></tbody></table><p><br /></p><table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 455px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="455" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247901.JPEG" border="0" alt="" width="455" height="558" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">หนุ่มอิเหนาแต่งชุดซานตาคลอสเล่นเซิร์ฟที่หาดกูตา เกาะบาหลี</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 570px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="570" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247902.JPEG" border="0" alt="" width="570" height="384" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">ชาวเบลารุสแต่งกายด้วยชุดแฟนซีฉลองเทศกาลคริสต์มาส</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 512px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="512" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247903.JPEG" border="0" alt="" width="512" height="341" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">ชาวคริสต์ในอินเดียร่วมกันจุดเทียนและสวดขอพรในวันคริสต์มาส ที่โบสถ์เซ็นต์ปอล เมืองอมริตสาร์</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 421px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="421" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247905.JPEG" border="0" alt="" width="421" height="579" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">บรรยากาศคริสต์มาสแสนอบอุ่นในเกาหลีใต้</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 600px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="600" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247911.JPEG" border="0" alt="" width="600" height="366" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">นักดำน้ำในชุดซานตาคลอสว่ายวนไปกับฝูงปลาซาร์ดีน ที่อะควาเรียมแห่งหนึ่งในกรุงโซล</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 616px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="616" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247906.JPEG" border="0" alt="" width="616" height="415" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">ทหารอังกฤษร่วมรับประทานอาหารค่ำในคืนวันคริสต์มาสที่ แคมป์ บาสชั่น อัฟกานิสถาน</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 403px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="403" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247908.JPEG" border="0" alt="" width="403" height="560" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">นักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายรูปกับช้างในชุดซานตาคลอส ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 624px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="624" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247909.JPEG" border="0" alt="" width="624" height="374" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">คนงานในชุดซานตาคลอสกำลังทำความสะอาดกระจกอาคารศูนย์การค้าโอไดบะ กรุงโตเกียว</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table><br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 501px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="501" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000019247910.JPEG" border="0" alt="" width="501" height="377" /></td></tr><tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">ชาวจีนผู้นับถือคริสต์มาร่วมงานคริสต์มาสอีฟ ที่โบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่งในนครปักกิ่ง</td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/28/</link>
<title><![CDATA[นิตยสารไทม์ยกย่อง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ค เป็นบุคคลแห่งปี 2553]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[ค่าเริ่มต้น]]></category>
<pubDate>Sun, 19 Dec 2010 06:20:01 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/28/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p><span class="goog_qs-tidbit-0">"มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" เขานั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</span> หรือ ซีอีโอ และประธานผู้ก่อตั้งร่วมของเว็บไซต์เฟชบุ๊ก ที่มีคนติดกันงอมแงมทั่วโลก ได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ ว่าเป็นบุคคลแห่งปี 2010 ด้วยเหตุผลว่า เพื่อเชื่อมต่อกับประชาชนมากกว่า 500 ล้านคน และทำแผนผังความสัมพันธ์ทางสังคมในหมู่พวกเขา เพื่อเปิดระบบใหม่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเปลี่ยนวิธีการที่เราจะใช้ชีวิต จึงทำให้เขาได้รับยกย่องดังกล่าว<br /><br /><img src="http://muslimthai.com/main/images/muslimthai-news/2010/12/16/mark_zuckerberg1.jpg" alt="" width="400" height="265" /><br /><br /></p><p class="contentall" style="text-align: left;">มาร์ค เป็นมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน มีอาการตาบอดสีแดง-เขียว โดยสีที่สามารถเห็นชัดที่สุดคือ สีน้ำเงิน จึงเป็นที่มาของสัญลักษณ์เฟซบุ๊ก ที่มีสีฟ้าน้ำเงินสดใส <br /><br />เขาได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก อันดับ 785 ของโลก ทรัพย์สินประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2551 ต่อมาเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุด ติดอันดับรายชื่อบุคคลที่รวยที่สุดในโลกของนิตยสารฟอร์บส์ โดยครองอันดับที่ 212 ของโลก (เศรษฐีลำดับที่ 35 ในกลุ่มสัญชาติอเมริกา) ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 6,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2553 <br /><br />ล่าสุด มีภาพยนตร์เกี่ยวกับการก่อตั้งเฟซบุ๊ก เรื่อง THE SOCIAL NETWORK ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ลอสแองเจลิส และยังมีลุ้นรางวัลลูกโลกทองคำอีก...<br /><br />ชื่อ-นามสกุล : นายมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก<br /><br />วันที่เกิด : 14 พฤษภาคม 2527 <br /><br />ถิ่นกำเนิด : ย่านดอบส์เฟอร์รี มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา<br /><br />ประวัติครอบครัว :<br />- เป็นลูกชายคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 4 คนของครอบครัว <br />- มีบิดาเป็นหมอฟัน (ทันตแพทย์) มีมารดาเป็นนักจิตวิทยา <br />- มีครอบครัวเป็นคนอเมริกันเชื้อสายยิว ทุกคนในครอบครัวนับถือศาสนายิว<br />- มีแฟนชื่อนางสาวพริสซิลลา ชาน<br /><br />ตำแหน่งปัจจุบัน : ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "ซีอีโอ" และประธานผู้ก่อตั้งร่วม ของเว็บไซต์เฟชบุ๊ก<br /><br />การศึกษา และดูงาน : <br />- จบจากโรงเรียน Ardsley High School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน<br />- จบจากโรงเรียนประจำชื่อ Phillips Exeter Academy เมืองเอ็กเซ็กเตอร์ มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์<br />- จบปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด <br /><br />การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :<br />- ผู้ร่วมลงทุนกับนายปีเตอร์ ธีล ก่อตั้งบริษัท PayPal จำกัด เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่ให้บริการชำระเงินและโอนเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต<br />- ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เครือข่ายสังคม หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังอย่าง Facebook<br />- ปี 2547 ผู้ก่อตั้งกิจการเฟซบุ๊ก (Facebook), Inc.<br />- ผู้ก่อตั้งบริษัท เวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด<br /><br />ทำงานอื่นๆ : สมาชิกสมาคม Alpha Epsilon Pi ซึ่งเป็นสมาคมสำหรับนักศึกษาเชื้อสายยิว</p><div><div><div><p class="contentall">ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์<!-- /*<![CDATA[*/ jQuery(function($) &#123; function loginClick(obj, tab)&#123;&nbsp;&nbsp;/*jQuery('li[id*=fastFeed-menu-slider-dot-]').removeClass('selected');&nbsp;&nbsp;jQuery('#fastFeed-menu-slider-dot-' + tab).addClass('selected');*/&nbsp;&nbsp;&#125; jQuery(document).ready(function()&#123;&nbsp;&nbsp; var username = ''; var password = ''; var strUsername = ''; var strPassword var ck = false; &nbsp;&nbsp; var test = 0; var test2 = 0; &nbsp;&nbsp;jQuery('#login-normol').remove(); &nbsp;&nbsp;jQuery('#loginMember').html('เข้าสู่ระบบ'); &nbsp;&nbsp;jQuery('#loginMember').mouseover(function() &#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery("#loginMember").addClass("login-text-underline"); &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp;jQuery('#loginMember').mouseout(function() &#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery("#loginMember").removeClass("login-text-underline"); &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp;/*jQuery(document).bind("click", function(event)&#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;alert(event.type); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;//jQuery('div.loginArea').hide(); &nbsp;&nbsp;&#125;);*/ &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('#loginMember').click(function() &#123;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-email-error').html(''); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('#login-password-error').html(''); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('.loginArea').show();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('#login-botton').click(function()&#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;username = jQuery('#username').val(); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;password = jQuery('#password').val();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;if(!username)&#123; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ck = false; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;strUsername = '* กรุณากรอก อีเมล์&nbsp;&nbsp;ให้ถูกต้อง'; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125;else&#123; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ck = true; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;strUsername = ''; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;if(!password)&#123; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ck = false; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;strPassword = '* กรุณากรอก รหัสผ่าน&nbsp;&nbsp;ให้ถูกต้อง'; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125;else&#123; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ck = true; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;strPassword = ''; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-email-error').html(strUsername); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-password-error').html(strPassword); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;if(ck)&#123; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery.ajax(&#123;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;type: 'POST',&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;dataType: 'json',&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;url: "/api/auth/login",&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;data:&nbsp;&nbsp;&#123; "username": username, "password":password &#125;,&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;success: function(data) &#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-displayName').html(data.displayName);&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#register').hide();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#loginMember').hide();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#logout').show();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-success').show();&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('.loginArea').hide();&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125;,&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;error: function(xhr, status, err) &#123;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-email-error').html('* กรุณากรอก อีเมล์&nbsp;&nbsp;ให้ถูกต้อง');&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#login-password-error').html('* กรุณากรอก รหัสผ่าน&nbsp;&nbsp;ให้ถูกต้อง');&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('.closeArea').click(function()&#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('.loginArea').hide(); &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp;jQuery('#toparea-login-tab').click(function()&#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('.loginArea').hide(); &nbsp;&nbsp;&#125;); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#125;);&nbsp;&nbsp; jQuery('#bottom-highlights .prev').click(function() &#123; &nbsp;&nbsp;var slides = jQuery('#bottom-highlights .items ul');&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;if (slides.is(':animated')) return; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;var steps = parseInt(slides.parent().css('width')); &nbsp;&nbsp;var slidesLeft = parseInt(slides.css('left')); &nbsp;&nbsp;if (isNaN(slidesLeft)) slidesLeft = 0; &nbsp;&nbsp;var currentPage = 1-Math.floor(slidesLeft / steps); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;if (slidesLeft < 0) &#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;slides.animate(&#123;left: '+=' + steps&#125;); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights-pager-' + currentPage).removeClass('selected'); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights-pager-' + (currentPage - 1)).addClass('selected'); &nbsp;&nbsp;&#125;&nbsp;&nbsp;&#125;);&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights .next').click(function() &#123; &nbsp;&nbsp;var slides = jQuery('#bottom-highlights .items ul'); &nbsp;&nbsp;if (slides.is(':animated')) return; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;var slideCount = slides.children().size(); &nbsp;&nbsp;var pageSize = 6; &nbsp;&nbsp;var pages = Math.ceil(slideCount / pageSize); &nbsp;&nbsp;var steps = parseInt(slides.parent().css('width')); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;var slidesLeft = parseInt(slides.css('left')); &nbsp;&nbsp;if (isNaN(slidesLeft)) slidesLeft = 0; &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;var currentPage = 1-Math.floor(slidesLeft / steps);&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;if (slidesLeft + (pages * steps) > steps) &#123; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;slides.animate(&#123;left: '-=' + steps&#125;); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights .slider-controls').children().removeClass('selected'); &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights-pager-' + (currentPage + 1)).addClass('selected'); &nbsp;&nbsp;&#125;&nbsp;&nbsp;&#125;);&nbsp;&nbsp;for (i = 1; i <= 3; i++) &#123; &nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights .slider-controls').append('<div id="bottom-highlights-pager-' + i + '"></div>'); &#125;&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights .slider-pager').click(function() &#123; &nbsp;&nbsp;var slides = jQuery('#bottom-highlights .items ul'); &nbsp;&nbsp;if (slides.is(':animated')) return;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;var index = /d+$/.exec(jQuery(this).attr('id'));&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;var steps = parseInt(slides.parent().css('width')); &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights .slider-controls').children().removeClass('selected'); &nbsp;&nbsp;jQuery(this).addClass('selected'); &nbsp;&nbsp;slides.animate(&#123;left: '-' + (index - 1) * steps&#125;); &#125;);&nbsp;&nbsp;jQuery('#bottom-highlights-pager-1').addClass('selected'); &#125;); /**/ // --></p></div></div></div>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/27/</link>
<title><![CDATA[พบแล้ว กิโลเมตรที่ 0 ของกรุงเทพฯ ที่แท้อยู่ใต้จมูกเราเอง]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Mon, 13 Dec 2010 02:55:06 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/27/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p>"อีก 77 กิโลเมตรถึงกรุงเทพฯ" แล้วตรงไหนล่ะ คือหลักกิโลเมตรที่ 0 ..???</p><p><br />หลายคนยังงงว่าหลักกิโลเมตรที่ 0 ของกรุงเทพฯ อยู่ตรงไหนของเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ ใบ้ให้ว่าอยู่ใจกลางเมืองจริงๆ เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว บางคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ยิ่งเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญอีกด้วย<br /><img src="http://matichon.co.th/online/2010/12/12921439391292143969.jpg" alt="" width="100" height="100" /><br /><br /><br /><br /><strong><span style="color: #4444ff;">เฉลยกิโลเมตรที่ 0 ของกรุงเทพฯ อยู่ที่ "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย" นี่เอง <br /></span></strong></p><p align="center"><img style="width: 437px; height: 331px;" src="http://www.matichon.co.th/online/2010/12/12921439391292143981l.jpg" alt="" width="476" height="357" /></p><p><br />ผ่านสถานที่สำคัญแห่งนี้มาก็หลายครั้งหลายหน แต่เพิ่งสังเกตเห็นป้ายสีน้ำตาลเล่าถึงรายละเอียด ซ่อนตัวอยู่บนริมถนนราชดำเนินกลาง ปากทางเข้าถนนดินสอ ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา พร้อมแผนที่ทางหลวงประเทศไทยขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างกัน ระบุว่า "กิโลเมตรที่ 0 ของทางหลวงแผ่นดินสายประธาน หมายเลข 1 หมายเลข 3 และหมายเลข 4 เริ่มจากที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถนนราชดำเนินกลาง แยกไปตามถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ"</p><p><br /><br /><br /><a title=" " rel="lightbox[roadtrip]" href="online/2010/12/12921439391292143969l.jpg"></a><strong><span style="color: #ff4444;">ปีใหม่ปีนี้ ใครจะไปเที่ยวไหนแต่เริ่มต้นไม่ถูก ขอให้มาที่หลักกิโลเมตรที่ 0 ก่อน รับรองไม่หลง..</span></strong></p><p>&nbsp;</p><p align="center"><img style="width: 373px; height: 241px;" src="http://www.matichon.co.th/online/2010/12/12921439391292144001l.jpg" alt="" width="452" height="254" />&nbsp;</p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/26/</link>
<title><![CDATA[Social networking ผู้ผลิกโฉมวงการสื่อสาร]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Sun, 12 Dec 2010 13:41:07 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/26/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p style="text-align: center;"><a href="http://www.quickpcextreme.com/blog/wp-content/uploads/2009/11/socialnetwork.png"><img title="social-network" src="http://www.quickpcextreme.com/blog/wp-content/uploads/2009/11/socialnetwork_thumb.png" border="0" alt="social-network" width="310" height="215" /></a></p><h4>ปัจจุบันผู้คนสื่อสารกันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล และไม่ใช่แค่เพียงการติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น หากแต่การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิม อาทิ ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการปรับปรุงกลยุทธ์และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะต้องทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเหล่านี้ยังต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใน &ldquo;พฤติกรรมการสื่อสาร&rdquo; ของคนอีกด้วย<br /><br /><br /><br /><p>พฤติกรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนไปคือ ปัจจุบันผู้คนเข้าสู่สังคมออนไลน์ (Social Network) กันมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Comscore ระบุว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเข้าใช้สังคมออนไลน์เป็นประจำ สังคมออนไลน์จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในโลกอินเทอร์เน็ต และกลายเป็นศูนย์กลางของการสื่อสารอย่างรวดเร็ว</p><p>ปัจจุบันจึงมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมในหลายประเทศที่ตอบสนองต่อความท้าทายและโอกาสของสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการหลายรายกำลังริเริ่มโครงการต่างๆ ตั้งแต่ การรองรับเวบไซต์สังคมออนไลน์เดิม ไปจนถึงการขยายบริการให้ครอบคลุมถึงการสื่อสารบนมือถือ หรือแม้แต่การสร้างสังคมออนไลน์ขึ้นมาใหม่เอง อาทิ สปรินท์ (Sprint), เอทีแอนด์ที (AT&amp;T) และโวดาโฟน (Vodafone) อนุญาตให้สมาชิกมายสเปซ (MySpace) และเฟซบุ๊ก (Facebook) สามารถเข้าถึงโปรไฟล์ของตนเองได้จากมือถือ เป็นต้น</p><p><strong>วิวัฒนาการแห่งการสื่อสาร</strong><strong></strong></p><p>อาจกล่าวได้ว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของสังคมออนไลน์สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของแนวโน้มการสื่อสารที่สำคัญใน 2 ด้าน ได้แก่<strong><em></em></strong></p><p><strong>1. </strong><strong>รูปแบบการสื่อสาร</strong> ที่เปลี่ยนจากการสนทนาแบบจุดต่อจุด (point-to-point) และสองทาง (two-way) ไปสู่การสื่อสารระหว่างผู้ใช้หลายคน (many-to-many) มากขึ้น และมีการใช้ลิงก์, วิดีโอ, ภาพถ่าย และเนื้อหามัลติมีเดียมากขึ้น โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า&nbsp;<em>Net Generation</em> คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป คนกลุ่มนี้ชื่นชอบการแลกเปลี่ยนเนื้อหา การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และเติบโตมาพร้อมกับแนวคิด &ldquo;ความฉลาดของฝูงชน&rdquo; (Wisdom of Crowds) อาทิ การทำหน้าที่ให้คะแนน จัดอันดับผู้ใช้คนอื่นๆ รวมถึงจัดอันดับสินค้าและบริการ เป็นต้น สังคมออนไลน์จึงกลายเป็นช่องทางการสื่อสารหลักสำหรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งสามารถทดแทนอีเมล หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์ได้</p><p><strong>2. </strong><strong>การควบคุมการสื่อสาร<em> </em></strong>ที่เปลี่ยนจากระบบที่ครอบครองโดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิม ไปสู่ผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มเปิดบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีขึ้นและมีราคาถูกลง รวมถึงการใช้บรอดแบนด์ และเครือข่ายไร้สายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้แพลตฟอร์มแบบเปิด เช่น เวบไซต์สังคมออนไลน์ กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับบริการสื่อสาร และผู้บริโภคก็ตอบสนองต่อแนวโน้มนี้อย่างกว้างขวาง</p><p><strong></strong></p><p><strong>ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อมการสื่อสาร</strong><strong></strong></p><p>จากการรายงานของ IBM Institute for Business Value ได้วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของรูปแบบและการควบคุมการสื่อสาร ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะการแข่งขันในตลาด ดังแสดงในรูป</p><p><em></em></p><p><em></em></p><p><a href="http://www.quickpcextreme.com/blog/wp-content/uploads/2009/11/IBM_Communication.jpg" target="_blank"><img title="IBM_Communication" src="http://www.quickpcextreme.com/blog/wp-content/uploads/2009/11/IBM_Communication_thumb.jpg" border="0" alt="IBM_Communication" width="500" height="457" /></a></p><p><strong>การสื่อสารแบบเดิม (</strong><a name="OLE_LINK2"></a><a name="OLE_LINK1"></a><strong>)</strong> ซึ่งหมายถึงการสนทนาระหว่างคู่สนทนาสองฝ่ายภายใต้การควบคุมของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยปัจจุบันถึงแม้จะเป็นสัดส่วนรายได้ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในแง่ของรายได้และผู้ใช้ แต่ก็เริ่มมีอัตราการเติบโตที่ลดลง ในขณะที่การสื่อสารในรูปแบบอื่นๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลจากการ์ทเนอร์ (Gartner) ระบุว่า รายได้จากบริการโทรศัพท์พื้นฐานมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากบริการโทรศัพท์มือถือแม้จะมีอัตราการเติบโต 7.6 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2007-2012 แต่พบว่าฐานผู้ใช้มือถือก็ถึงจุดอิ่มตัวแล้วในตลาดสำคัญๆ</p><p><strong>ระบบเปิดที่ใช้งานได้ฟรี</strong><strong> (</strong><strong>Open and Free</strong><strong>)</strong><em> </em>การสื่อสารในรูปแบบนี้นำเสนอทางเลือกบนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตแบบเปิดเพื่อทดแทนบริการโทรคมนาคมแบบเดิม เช่น VoIP โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าบริการในอัตราที่ถูกมาก อาทิ Skype, GoogleTalk และ Windows Live Messenger ซึ่งบริการเหล่านี้กำลังมาแรงและทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิม เช่นโทรศัพท์ทางไกล ต้องร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน<br /></p><p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมบางรายกำลังปรับรูปแบบการให้บริการ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการในกลุ่มนี้ ตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ &ldquo;3&rdquo; (Three) ในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร ร่วมมือกับ Skype ในการเปิดตัว&nbsp;<em>3 Skypephone </em>เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้ารายใหม่ๆ และรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่</p><p><strong>ระบบชุมชน (</strong><strong>Gated Communities)</strong><em> </em>รูปแบบนี้มุ่งเน้นการสื่อสารกันภายในกลุ่มของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยได้รับความนิยมจากผู้ใช้และองค์กรที่ต้องการการสื่อสารที่ไว้ใจได้ ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ตัวอย่างของกรณีนี้คือ การขยายสังคมออนไลน์ไปสู่มือถือ โดยที่ผู้ให้บริการมือถือยังสามารถผูกขาดบริการได้ในระดับหนึ่ง อาทิ สังคมออนไลน์ Mixi ในญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเพจวิว (Page view) ผ่านมือถือ แซงหน้าเพจวิวบนเวบไซต์ปกติไปเรียบร้อยแล้ว<em></em></p><p><strong>ระบบสังคมเปิด (</strong><strong>Shared Social Spaces</strong><strong>)</strong> เป็นสังคมที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานหรือสังสรรค์ร่วมกันบนระบบอินเทอร์เน็ตแบบเปิด ตัวอย่างผู้ให้บริการนี้ได้แก่ ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเสริม (Over The Top &ndash; OTT) เช่น MySpace, YouTube และ Facebook หรือ Second Life เป็นต้น</p><p>จะเห็นได้ว่าผู้ให้บริการเหล่านี้มีศักยภาพที่จะนำเสนอการสื่อสารแบบครบวงจร ด้วยการผนวกรวมบริการโทรศัพท์เข้ากับบริการเสริมต่างๆ อาทิ สังคมออนไลน์, อีเมล์, การรับส่งข้อความต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นรูปแบบธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมเนื่องจากเป็นช่องทางการขยายลูกค้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งบริการเสริมเหล่านี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะบริการเสริมอาจเป็นการเพิ่มภาระให้แก่โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายที่มีอยู่ และส่งผลให้ต้นทุนในการให้บริการเพิ่มขึ้น</p><p><strong>ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรทำอย่างไร</strong><strong>?</strong></p><p>ปรากฏการณ์สังคมออนไลน์เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสื่อสาร อาจเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเดิมอาจเสียเปรียบในเวทีการแข่งขันนี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือโอกาสสำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ที่จะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งหมายถึง</p><p>&middot;&nbsp;<strong>การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสังคมออนไลน์บนมือถือ</strong> โดยใช้ความสามารถที่มีอยู่ เพื่อตอบสนองความต้องการในการสื่อสารในขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น</p><p>&middot;&nbsp;<strong>การหาพันธมิตรหรือเข้าซื้อกิจการของผู้ให้บริการสังคมออนไลน์ที่มีอยู่</strong> เพื่อพัฒนาความสามารถที่จำเป็นต่อความสำเร็จ อาทิ การร่วมมือกับผู้ให้บริการเสริมต่างๆ อาทิ Content Delivery Network (CDN) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเสนอเนื้อหาที่ใช้แบนด์วิธสูง เช่น วิดีโอ เพลง ซึ่งสามารถต่อยอดกลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ได้</p><p>&middot;&nbsp;<strong>การส่งเสริมให้ธุรกิจอื่นๆ </strong><strong>สามารถใช้ประโยชน์จากบริการโทรคมนาคมได้มากขึ้น</strong> อาทิ บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง การแจ้งสถานะของผู้ใช้ บริการรับส่งข้อความ/มัลติมีเดีย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ให้บริการได้อีกทางหนึ่ง</p><p>&middot;&nbsp;<strong>ในระยะยาว ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรขยายขอบเขตของบริการ </strong><strong>Voice</strong> ให้ครอบคลุมทั้งรูปแบบการสื่อสารแบบจุดต่อจุด (point-to-point) และการสื่อสารระหว่างคู่สนทนาหลายฝ่าย (many-to-many) โดยอาศัยการสื่อสารด้วยเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเสมอ</p><p>อาจกล่าวได้ว่า สังคมออนไลน์กลายเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนรูปแบบการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งส่งผลให้บริษัทโทรคมนาคมจำเป็นต้องดำเนินการปฏิรูปธุรกิจครั้งใหญ่ ซึ่งถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมจะมีความเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าหากผู้ให้บริการไม่ปรับตัว ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อธุรกิจ</p><p>เนื่องจากทิศทางที่กำลังเกิดขึ้นคือ รายได้จากบริการโทรคมนาคมแบบเดิมจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ให้บริการข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และบริษัทไอทีที่มีทรัพยากรพร้อมสรรพ จะสามารถขยายธุรกิจด้านการสื่อสารและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม</p></h4>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/25/</link>
<title><![CDATA[โปรแกรมแปลงไฟล์ PDFเป็น WORD Boxoft]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Sun, 12 Dec 2010 13:35:42 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/25/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p><img class="aligncenter size-full wp-image-7619" title="PDF TO WORD" src="http://ruamhua.com/wp-content/uploads/2010/12/PDF-TO-WORD.jpg" alt="PDF TO WORD" width="400" height="291" /><br /><br /><br /><br /><span style="color: #0000ff;"><strong>Boxoft PDF TO WORD</strong></span> เป็นโปรแกรมแปลงไฟล์&nbsp; PDF เป็น&nbsp; WORD ที่น่าใช้อีกตัวด้วยเพราะมันฟรีนั้นเอง การใช้งานก็แสนง่ายดาย<br />มากเหมือนๆกับโปรแกรมแปลงไฟล์ทั่วไปนั้นแหละ เวลาที่ใช้ในการแปลงก็แล้วแต่ปริมาณข้อมูลที่อยู่ใน PDF ข้อมูลมีมากหรือยาวก็ใช้เวลานานหน่อย ข้อมูลมีน้อยก็แป๊ปเดียวล่ะท่าน<br /><a href="http://www.ziddu.com/download/12902321/free-pdf-to-word.exe.html"><span style="color: #00a1c9;">Download Boxoft PDF TO WORD</span></a></p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/24/</link>
<title><![CDATA[ประวัตความเป้นมาของ Facebok]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Sun, 12 Dec 2010 13:32:38 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/24/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p>&nbsp;<span style="color: #993300;">Facebook ถือกำเนิดขึ้นในปี 2004 โดย Mark Elliot Zuckerberg ด้วยวัยเพียง 23 ปี เขาเกิดในครอบครัวเชื้อสายยิว-อเมริกันเมื่อปี 1984 และใช้ชีวิตแสนธรรมดาอยู่ในรัฐนิวยอร์ก แม้กระทั่งทุกวันนี้เขาก็ยังใส่เสื้อเชิ้ตลากรองเท้าแตะไปทำงานย่านพาโลอัลโต เคลิฟอร์เนียเป็นประจำทุกเช้า &nbsp; Mark Elliot Zuckerberg ได้ถูกจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก ได้มีการประมาณการรายได้ของเขาโดยนิตยสารฟอร์บว่า รายได้ต่อปีประมาณ 300 ล้านเหรียญ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1,500 ล้านเหรียญ <strong>เรามาดูชีวิตในวัยเด็กดีกว่าว่าเขาทำอะไรกัน&hellip;</strong> ชั้นประถม: เขาสามารถที่จะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ ชั้นไฮสคูล: เขาและเพื่อนสามารถเขียน plugin สำหรับโปรแกรม winamp สำหรับเครื่องเล่น MP 3 ได้ จนบริษัท AOL และ Microsoft ชวนไปทำงานด้วย แต่เขาก็ปฏิเสธ!! ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด: เขาได้ Hack&nbsp; เข้าไปในระบบทะเบียนของนักศึกษาเพื่อดึงรูปจากฐานข้อมูลมาใส่ใน website: Facemask.com ผลที่ตามมาก็คือเขาถูกระงับการใช้ internet ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาได้เสนอให้ทางมหาวิทยาลัยจัดทำ web directory สำหรับข้อมูลที่รวบรวมรายชื่อ ภาพถ่ายของนักศึกษาที่เรียกว่า Facebook แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ปฏิเสธ!!!<strong>&nbsp;</strong> <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>จากผลของการถูกลงโทษในมหาวิทยาลัยทำให้ Mark เกิดความรู้สึกท้าทายอยากทำให้ Facebook.com ถือกำเนิดและเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ดังนั้นเขาจึงได้เช่น hosting ในราคา 85 เหรียญ &nbsp;ในเวลา 3 เดือนหลังจากนั้น และต่อมา เพื่อนๆของเขาได้แนะนำให้รู้จักกับผู้บุกเบิกกิจการ Paypal เขาได้ใช้เวลาในการนำเสนอไม่เกิน 15 นาที ก็ได้เงินมาลงทุน 500,000 เหรียญ เมื่อคิดถึงมหาเศรษฐีอย่าง Bill Gate ก็เลยตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย ผลปรากฏว่า ภายในปี 2008 มีสถิติผู้เข้าชม 5 ล้านคน &nbsp;และยอดทะลุถึง 300 ล้านคนในปี 2009!!. ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะค่ะว่า yahoo ยื่นข้อเสนอในการซื้อกิจการ 1,000 ล้านเหรียญ และนิตยสาร Time ได้จัดให้ Mark เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของโลกในปี 2008 เขามีคติในการทำงานที่เข้าใจง่ายว่า &ldquo;ทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ&rdquo; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรามาดูวัตถุประสงค์ของการตั้ง Facebook กันนิดหนึ่งนะค่ะ เขามีวัตถุประสงค์ว่า คนที่มาเป็นสมาชิกในเครือข่าย จะต้องมีการเปิดเผยความจริงใจให้กับเพื่อนโดยการแสดงข้อมูลที่เป็นจริง เพราะคนที่คิดว่าจะเพื่อนกันใน Facebook ก็ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงด้วย แต่ถ้าเพื่อนคนไหนไม่ได้เปิดเผยตัวตนเลย อาจจะมองว่าคนนั้นไม่จริงใจกับเพื่อนฝูงก็ได้นะค่ะ ดังนั้น เราจะเห็นว่าในหน้า Profile จะเป็นหน้าหลักที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของแต่ละคน และคนที่เป็นสมาชิกในเครือข่ายของเขาสามารถเห็นได้<script type="text/javascript"></script></span></p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/23/</link>
<title><![CDATA[ดีแทคเปิดตัว iWiFi เอาใจคอเน็ต]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Thu, 11 Nov 2010 04:45:56 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/23/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000016359801.JPEG" border="0" alt="" width="353" height="241" /><br /><br /><strong>นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดีแทคกล่าวว่าการเติบโตของลูกค้าดีแทคแอร์การ์ด เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากปีที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp; ปัจจุบันมีลูกค้าที่ซื้อและใช้งานดีแทคแอร์การ์ดเป็นประจำกว่า 40,000 ราย ซึ่งในอนาคตจะมีอุปกรณ์อีกหลายประเภท เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตพีซี โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการใช้งาน WiFi เพิ่มมากขึ้น ดีแทคจึงได้นำ dtac iWiFi 30 ออกสู่ตลาด<br /><br /><br /><br /><table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td class="body" align="left" valign="baseline">&nbsp;<span style="color: #cc0066;">โดยข้อดีของ iWiFi ก็คือสามารถส่งต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้อุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกันสูงสุดถึง 5 เครื่อง มีขนาดเล็กพกพาได้สะดวก</span>โดย dtac iWiFi จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย Edge และแปลงเป็น WiFi กระจายสัญญาณออกเพื่อต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ต่างๆ<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลูกค้าที่ซื้อ dtac iWiFi 30 ในช่วงนี้แถมฟรีอินเทอร์เน็ต 100 ชั่วโมงต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน dtac iWiFi 30 รองรับสัญญาณ GSM/GPRS/EDGE ที่ความถี่ 1900/1800/900/850 MHz และ 3G ที่ 2100/850 MHz ด้วยความเร็ว 7.2 Mbps. มีช่องเสียบ Micro SD Card รองรับความจุได้ถึง 16 GB การตั้งค่าสามารถทำได้ง่ายผ่าน web interface หรือผ่านโปรแกรม aircard โดยโปรแกรมจะถูกติดตั้งให้อัตโนมัติ<br /><br /></td></tr><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table style="width: 500px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td width="500" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000016359802.JPEG" border="0" alt="" width="500" height="333" /></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td height="5" align="center" valign="top"><img src="http://bananasource.com/images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></strong></p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/22/</link>
<title><![CDATA[เตือนภัยใช้โน้ตบุ๊กบนตัก ทำอสุจิด้อยคุณภาพ]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[]]></category>
<pubDate>Thu, 11 Nov 2010 04:44:31 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/22/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p><strong>ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ชายที่ชอบใช้งานคอมพิวเตอร์พกพา (แล็ปท็อป) บนหน้าตักมีความเสี่ยงทำให้อสุจิของชายผู้นั้นด้อยคุณภาพลง ผลจากอุณหภูมิเครื่องคอมพ์ที่เป็นอันตรายต่อกระบวนการเก็บรักษาและผลิตอสุจิในถุงอัณฑะ โดยพบว่าแผ่นรองโน้ตบุ๊กที่ถูกโฆษณาว่าสามารถลดความร้อนในเครื่องก็ไม่ช่วยให้ความเสี่ยงลดลง <br /></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.เยลิม เชนกิน (Yelim Sheynkin) ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก วิทยาเขตสโตนนีบรูก สรุปความในวารสาร Fertility and Sterility ว่า<span style="color: #cc0033;">ชายทั่วโลกหลายล้านคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปในขณะนี้กำลังมีปัญหามีบุตรยาก เนื่องจากการใช้งานแล็ปท็อปเพียง 10-15 นาที ก็จะทำให้อุณหภูมิถุงอัณฑะของชายสูงขึ้นเกินระดับความปลอดภัย </span>ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.เชนกินสรุปผลการศึกษานี้โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิถุงอัณฑะของกลุ่มตัวอย่างชาย 29 คน ซึ่งแม้จะมีแผ่นรองเครื่องวางคั่นกลางระหว่างเครื่องและหน้าตัก ก็ยังพบว่ามีอุณหภูมิสูงขึ้นเกินระดับความปลอดภัยหลังจากใช้งานเพียง 10-15 นาที<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.เชนกินให้ข้อมูลว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียง 2 องศาฟาเรนไฮต์ก็มีความเสี่ยงสร้างอันตรายกับอสุจิ โดยการศึกษาพบว่าการใช้งานแล็ปท็อปบนตักเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจะทำให้อุณหภูมิถุงอัณฑะเพิ่มขึ้นถึง 5 องศาฟาเรนไฮต์<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความเสี่ยงจากการใช้งานคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปบนตักต่ออสุจิในชายนั้นเคยเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อปี 2547 ครั้งนั้นดร.เชนกินพบว่ามีผลทำให้ปริมาณอสุจิลดลง ก่อนจะมาพบว่า แผ่นรองคอมพิวเตอร์ก็ไม่ช่วยลดความเสี่ยงในการศึกษาครั้งล่าสุด<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.เชนกินย้ำว่าการสวมกางเกงรัดแน่นไม่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อคุณภาพอสุจิ เพราะผู้สวมมีการเคลื่อนไหว แต่การนั่งใช้คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปบนตัก ขาของผู้ใช้จะนิ่งเฉยและปิดเข้าหากัน การนั่งในท่านี้นาน 1 ชั่วโมง ถุงอัณฑะจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งการใช้แผ่นรองเพื่อให้ผู้ใช้สามารถแยกขาออกจากกันได้มากขึ้น ก็ไม่ทำให้อุณหภูมิลดลง<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อแผ่นรองแล็ปท็อปไม่สามารถลดความเสี่ยง ดร.เชนกินจึงแนะนำให้ชายทุกคนใช้งานคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปบนโต๊ะ จึงจะปลอดภัยที่สุด<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัจจุบัน คู่สมรสในสหรัฐฯราว 1 ใน 6 คู่กำลังประสบปัญหามีบุตรยาก โดยครึ่งหนึ่งเกิดจากฝ่ายชายเป็นหมัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานว่า หญิงที่ใช้งานแล็ปท็อปบนตักจะมีความเสี่ยงต่อการมีบุตรยาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอุณหภูมิไม่เป็นปัจจัยอันตรายต่อการเจริญพันธุ์ในเพศหญิง</strong><br /></p>
]]>
</description>
</item><item>
<link>http://bananasource.com/post/21/</link>
<title><![CDATA[ เทคนิคการจัดการ สินค้า ในตระกร้าสินค้า ตอนที่]]></title> 
<author>neo &lt;neo_reawta@hotmail.com&gt;</author>
<category><![CDATA[ค่าเริ่มต้น]]></category>
<pubDate>Tue, 09 Nov 2010 02:03:04 +0000</pubDate> 
<guid>http://bananasource.com/post/21/</guid> 
<description>
<![CDATA[ 
	<p>ทำไมถึงต้องเลือกใช้ฐานข้อมูล ถ้า<br /><br />1. ต้องการเก็บประวัติการเข้าชมสินค้าล่าสุด แม้จะ เป็นการกลับเข้ามาในวันหลังๆ<br />2. ต้องการป้องกันการปิดบราวเซอร์โดยบังเอิญ ซึ่ง session จะหายไป และต้องเริ่มเลือกสินค้าใหม่<br /><br />ถ้าคุณมีปัญหา 1 ใน 2 ข้อนี้ (อาจมีอีกแต่นึกไม่ออก) คุณคงต้องเก็บประวัติการเลือกซื้อสินค้า ลงบนฐานข้อมูล<br /><br />การเก็บประวัติการเลือกสินค้าลงบนฐานข้อมูล สิ่งที่ควรเก็บได้แก่ id ของสินค้า, ราคาของสินค้า, จำนวนสินค้าที่เลือกไว้, วันที่ ที่ทำการเลือกสินค้า ,session_id และ user_id<br /><br />การจัดการสำหรับในกรณีของฐานข้อมูล ก็คงไม่มีอะไรมาก ให้เราเก็บข้อมูลตามที่ผมได้อธิบายไว้ ซึ่งน่าจะรู้ว่าต้องจัดเก็บอะไรบ้าง เนื่องจากจะคล้ายๆกับแบบที่ใช้ session แต่ที่แปลกก็คือวันที่ จะใช้ทำอะไร<br /><br />วันที่ เราจะใช้สำหรับ ระบุว่า มีการเลือกสินค้าเมื่อไร ซึ่งมันก็คือประวัติการเลือกซื้อล่าสุดนั่นเอง เราอาจกำหนดให้ข้อมูลนี้เก็บไว้ 1 วัน 2 วัน หรือ กี่วันก็ได้ หากมีการเข้ามาใหม่อีกครั้ง ก็จะมีการแสดงสินค้าที่เลือกล่าสุดเข้ามา<br /><br />session_id จะใช้เก็บ session_id เพื่อระบุว่า เป็นการ เลือกจากใคร ในกรณีที่ user นั้น ไม่ได้ login (user_id) เป็น 0 เราอาจเก็บค่านี้ลง cookie ด้วยก็ได้ เพื่อเป็นการประกันว่า การกลับเข้ามาครั้งต่อไป จะได้ข้อมูลเดิม แม้จะไม่ใช่ สมาชิก<br /><br />user_id คงไม่ต้องอธิบาย ถ้าเป็น 0 หมายถึง ไม่ใช่สมาชิก หรือ ไม่ได้ login<br /><br />มีคำถามจากบอร์ดว่า ข้อมูลที่เก็บไว้ ถ้าไม่ได้ logout หรือไม่ได้จบด้วยการขายล่ะ มันคงมีข้อมูลที่ไม่ได้ใช้เต็มไปหมด ปัญหานี้แก้ได้ ด้วยวันที่ ที่เก็บไว้ ครับ<br /><br />การ logout หรือการ ปิด browser แบบ สมบูรณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งกับ browser หรอกครับ มีหลายสาเหตุที่ทำให้มันไม่เป็นเช่นนั้น การลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น ควรกระทำตอนที่เรียกหน้าเว็บมากกว่า (หรือเมื่อไรก็ได้ ที่มีการเรียกหน้าเว็บ อาจเป็นการเรียกหน้าใดหน้านึ่งโดยเฉพาะ เพื่อลบข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ออก หรือจะไปกำหนดให้ทำเมื่อเรียกหน้าแอดมิน หรือ อาจกำหนดให้ทำทุกครั้งที่เรียกหน้าเว็บตามปกติก็ได้) หลักการของมันก็คือ ใช้การตรวจสอบวันที่ที่เก็บไว้ ถ้าวันที่ไม่ตรงกัน ก็ให้ลบข้อมูลนั้นๆออกเป็นต้น นั่นหมายถึง ประวัติการเรียกดูจะเก็บไว้ 1 วัน ถ้าเข้ามาใหม่ในวันรุ่งขึ้นก็ให้เริ่มเลือกใหม่ ในกรณีนี้เราอาจกำหนดให้มากกว่า 1 วันก็ได้นะครับ หรือแม้กระทั่งกำหนดเป็น ชั่วโมงหรือ นาทีก็ได้ แล้วแต่ความต้องการของเรา<br /><br />สำหรับในส่วนอื่นๆก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากการใช้ session หรอกครับ เนื่องจากในตอนจบการขายเราต้องบันทึกข้อมูลการขาย ลงบนฐานข้อมูลที่ทำการขาย (ซี่งเหมือนกันอยู่แล้ว)</p>
]]>
</description>
</item>
</channel>
</rss>
